[แยกตามอุปกรณ์] รวมวิธีอัดหน้าจอฟรีสำหรับ PC และมือถือ พร้อมวิธีแชร์วิดีโอ
การบันทึกหน้าจอ PC หรือสมาร์ทโฟนเป็นวิดีโอโดยตรงที่เรียกว่า "screen recording" นั้น ในอดีตต้องใช้โปรแกรมบันทึกเฉพาะทาง แต่ปัจจุบันทุกระบบปฏิบัติการหลักได้ฝังฟีเจอร์นี้ไว้ให้ฟรีในฐานะ "ฟีเจอร์มาตรฐาน" เรียบร้อยแล้ว
การอัดหน้าจอมีประโยชน์ในหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำคู่มือวิธีใช้งาน การรายงานบั๊กให้ทีมที่อยู่ต่างที่ การบันทึกการประชุมออนไลน์ หรือการเก็บคลิปเกม บทความนี้จะครอบคลุมขั้นตอนอัดหน้าจอฟรีโดยไม่ต้องลงแอปเพิ่มบน Windows, Mac, iPhone และ Android รวมถึงวิธีรับมือกับปัญหายอดฮิตอย่าง "วิดีโอหนักเกินส่งไม่ได้"
1. วิธีอัดหน้าจอบน Windows (ฟีเจอร์ในตัว)
Windows 10 และ Windows 11 มีวิธีอัดหน้าจอในตัวมาให้ 2 แบบ
วิธี A: Xbox Game Bar (ง่ายและแนะนำ)
ออกแบบมาสำหรับเกมเป็นหลัก แต่ใช้อัดแอปทั่วไปอย่างเบราว์เซอร์หรือ Excel ได้เช่นกัน (*หมายเหตุ: ไม่สามารถอัดหน้าจอเดสก์ท็อปทั้งหมดหรือ File Explorer ได้)
- คลิกที่หน้าต่างแอปที่ต้องการอัดให้อยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน
- บนคีย์บอร์ด กด"Windows + G"พร้อมกัน เพื่อเปิดหน้าเมนู Game Bar
- คลิกปุ่ม "อัด" (ไอคอนวงกลม) ในหน้าต่าง Capture หรือกดปุ่มลัด"Windows + Alt + R"เพื่อเริ่มอัดทันที
- กดปุ่มลัดเดิมซ้ำอีกครั้งหรือกดปุ่มหยุดบนหน้าจอเพื่อสิ้นสุดการอัด ไฟล์จะถูกบันทึกเป็น MP4 ในโฟลเดอร์ "Captures" ภายในโฟลเดอร์วิดีโอ
วิธี B: Snipping Tool (เฉพาะ Windows 11)
Snipping Tool ใน Windows 11 รองรับการอัดวิดีโอแล้ว ให้คุณลากเลือกเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการบนหน้าจอได้
- "Windows + Shift + S"(หรือค้นหาแล้วเปิด Snipping Tool)
- เลือก "วิดีโอ" (ไอคอนกล้อง) จากแถบเมนูด้านบน
- คลิก "ใหม่" แล้วลากคลุมบริเวณที่ต้องการอัด
- คลิก "เริ่ม" ระบบจะนับถอยหลังก่อนเริ่มอัด
2. วิธีอัดหน้าจอบน Mac (ฟีเจอร์ในตัว)
บน Mac ใช้แถบเครื่องมือ Screenshot เพื่ออัดหน้าจอทั้งหมดหรือเฉพาะบางส่วนได้อย่างง่ายดาย
- บนคีย์บอร์ด กด「command + shift + 5」พร้อมกัน
- แถบเครื่องมือจะปรากฏที่ด้านล่างของหน้าจอ คลิก "บันทึกหน้าจอทั้งหมด" หรือ "บันทึกส่วนที่เลือก"
- คลิก "บันทึก" เพื่อเริ่มอัด
- คลิกปุ่มหยุด (ไอคอนสี่เหลี่ยมในวงกลม) บนแถบเมนูเพื่อสิ้นสุด ตามค่าเริ่มต้น วิดีโอ (QuickTime movie) จะถูกบันทึกไว้ที่เดสก์ท็อป
3. วิธีอัดหน้าจอบน iPhone / iPad
บน iOS สามารถเริ่มอัดหน้าจอได้รวดเร็วจากศูนย์ควบคุม แต่ต้องเพิ่มปุ่มนี้ไว้ก่อน
ขั้นตอนการเตรียมการ:
เปิดแอป "การตั้งค่า" > "ศูนย์ควบคุม" แล้วหา"การบันทึกหน้าจอ"ในรายการ และกด + เพื่อเพิ่ม
วิธีอัดหน้าจอ:
- ปัดลงจากมุมขวาบน (สำหรับรุ่นที่มีปุ่ม Home ให้ปัดขึ้นจากด้านล่าง) เพื่อเปิดศูนย์ควบคุม
- แตะปุ่มบันทึกหน้าจอ (ไอคอนวงกลมซ้อนสองวง)
- ระบบจะเริ่มอัดหลังนับถอยหลัง 3 วินาที (แถบเวลาด้านบนจอจะเปลี่ยนเป็นสีแดง)
- หากต้องการหยุด ให้แตะแถบเวลาสีแดง หรือเปิดศูนย์ควบคุมอีกครั้งและแตะปุ่ม แล้วเลือก "หยุด" วิดีโอจะถูกบันทึกไว้ในแอปรูปภาพ
4. วิธีอัดหน้าจอบน Android
Android 11 ขึ้นไปมีฟีเจอร์ "บันทึกหน้าจอ" ฝังมาให้ในตัว
- ปัดหน้าจอลงจากด้านบน 2 ครั้งเพื่อเปิดแผงการตั้งค่าด่วน
- แตะไอคอน "Screen Record" (หรือ "การบันทึกหน้าจอ") หากหาไม่พบ ให้กดแก้ไขแผงตั้งค่าเพื่อเพิ่มไอคอนนี้
- เลือกว่าจะอัดเสียงหรือแสดงการสัมผัสหน้าจอหรือไม่ แล้วกด "เริ่ม"
- การอัดจะเริ่มหลังนับถอยหลัง หากต้องการหยุด ให้ปัดแถบแจ้งเตือนลงมาและกด "หยุด" วิดีโอจะถูกบันทึกในคลังของแอปรูปภาพหรือแกลเลอรี
เทคนิคแชร์ไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่อย่างราบรื่น
ไฟล์วิดีโอที่อัดไว้อาจมีขนาดหลายสิบถึงหลายร้อย MB แม้จะอัดแค่ไม่กี่นาที เมื่อพยายามส่งทางอีเมลหรือแอปแชทงาน (เช่น Slack, Chatwork) มักติดลิมิตขนาดไฟล์ หรือต้องรอโหลดนานทั้งฝั่งส่งและฝั่งรับ
สำหรับการแชร์วิดีโอขนาดใหญ่เช่นนี้ บริการแชร์ไฟล์ฟรีที่ไม่ต้องสมัครบัญชีและใช้งานได้ทันที「FS!QR」เป็นตัวเลือกที่สะดวกและคุ้มค่าที่สุด
เพียงเปิด FS!QR ในเบราว์เซอร์ แล้วลากวางไฟล์วิดีโอที่อัดไว้เพื่ออัปโหลด URL ดาวน์โหลดและ QR โค้ดสำหรับส่งให้ผู้รับจะถูกสร้างขึ้นทันที หากผู้รับใช้สมาร์ทโฟน ก็เพียงสแกน QR โค้ดด้วยกล้องเพื่อไปยังหน้าเล่นและดาวน์โหลดได้เลย ทำให้การโอนวิดีโอจาก PC ไปมือถือเสร็จสิ้นในพริบตา
ด้วยการป้องกันด้วยรหัสผ่านและระบบลบข้อมูลอัตโนมัติหลังครบกำหนด จึงมั่นใจได้แม้ต้องแชร์วิดีโอสาธิตหรือขั้นตอนการทำงานที่เป็นความลับของบริษัท ขอแนะนำให้ใช้ FS!QR คู่กับการอัดหน้าจอ เพื่อกำจัดความยุ่งยากในการแชร์วิดีโอขนาดใหญ่ให้หมดไป